วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2567

ส.ป.ก. ปิดการอบรม นักบริหารการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ระดับกลาง : นปก. รุ่นที่ 6

 

วันที่ 27 กันยายน 2567 เวลา 13.00 น. ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้มอบหมายให้ นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรม หลักสูตรนักบริหารการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ระดับกลาง (นปก.) รุ่นที่ 6 และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 79 ราย โดยมี นายพิษณุ สำรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร นางสาวฉันท์ชนก กำปั่นทอง ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาบุคลากร สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี  ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธี ณ หอประชุมหม่อมราชวงศ์หญิงรสลิน คัคณางค์ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา














วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567

งานนี้จัดเต็ม!!! คัด 60 ไฮไลท์ ให้ทุกคนชวนเพื่อนพ้อง มาท่องโลกการเกษตรกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และกิจกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รับประกันว่าเฟี้ยวทุกอัน

ฟาร์ม เอ็กโป ขอเชิญชวนเข้าร่วมงานใหญ่แห่งปี ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024  มางานเกษตรที่ยิ่งใหญ่ครบวงจรสัญชาติไทยครั้งแรก ถือเป็นมหกรรมเกษตรยุคใหม่ในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ วันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Facebook: FarmExpothailand LINE OA: @farmexpo หรือ WWW : www.farmexpo.co.th 

#farmexpo  #farmexpothailand #farmexpo2024 #Agrithon #นวัตกรรมเกษตร #farmexpotv #การเกษตร #อุตสาหกรรมเกษตร #น้องเจนทำฟาร์ม  #ไบเทคบางนา #ตู้คีบทุเรียน #กล่องสุม













วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

เกษตร จับมือ มอ. ลุยพื้นที่ภาคใต้ ขับเคลื่อนงานวิจัย นำนวัตกรรม ดันตลาดด้านการเกษตร ดันเพิ่มรายได้ เกษตรกรในพื้นที่

 

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่าการส่งเสริมภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเกือบทุกจังหวัดพึ่งพาภาคเกษตรสูง มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของมูลค่าเศรษฐกิจ สินค้าเกษตรหลักดั้งเดิม ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มีการกระจายตัวปลูกทั่วทั้งภาค ขณะที่ทุเรียน ถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ยังมีการปลูกกระจุกตัว รวมไปถึงราคาสินค้าเกษตรที่มีความผันผวน ซึ่งจะต้องเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน รวมถึงการรักษาคุณภาพผลผลิตทุเรียน การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม จะช่วยแก้ปัญหาโจทย์ใหญ่สำคัญของภาคเกษตรในภาคใต้ ได้

ทั้งนี้ เป้าหมายงานส่งเสริมการเกษตร ในปี 2567 เน้นการผลิตสินค้าไปสู่เกษตรมูลค่าสูง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นและยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล ให้เกิดผลสำเร็จ ภายใต้หลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เน้นการส่งเสริมพัฒนาทักษะเกษตรกร ให้สามารถใช้ประโยชน์จากพฤกษศาสตร์, เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีหมุนเวียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งภายใต้การขับเคลื่อนงานต่างๆ เหล่านี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ต้องมีภาคีในการเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้งานประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตรกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อวิเคราะห์และแนวทางการแก้ไขเป้าหมายร่วมกันในการบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรในเขตภาคใต้ การวิเคราะห์ถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ และภายใต้บันทึกความร่วมมือนี้ ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อร่วมกันกำหนดภารกิจที่ต้องดำเนินการ พื้นที่เป้าหมายและแผนการดำเนินการในลำดับต่อไป

ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ทำงานร่วมกับภาคการศึกษา ภาคประชาชนในมิติต่าง ๆ ผลการลงนาม MOU ที่ผ่านมา มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนงาน เช่น การถ่ายทอดความรู้การจัดการปาล์มน้ำมันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน ให้กับเจ้าหน้าที่และเกษตรกร การเพิ่มความรู้และทักษะให้เจ้าหน้าที่ในเรื่องเศรษฐศาสตร์เกษตร สำหรับขอบเขตของความร่วมมือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และกรมส่งเสริมการเกษตร จะร่วมกันพัฒนาทางวิชาการส่งเสริมการเกษตร วิชาการเกษตร เคหกิจเกษตร วิศวกรรมเกษตร เศรษฐศาสตร์เกษตร เยาวชนเกษตร เกษตรกรรุ่นใหม่ Smart Farmer วิสาหกิจชุมชน ธุรกิจเกษตร ธุรกิจแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การตลาดสินค้าเกษตร และงานวิชาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกร นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร รวมทั้งร่วมกันผลักดันและส่งเสริมการดำเนินงานในการพัฒนาด้านการวิจัยและวิชาการทั้งสองหน่วยงาน เช่น การพัฒนาบุคลากรส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรผู้นำ เพื่อพัฒนาบุคลากรส่งเสริมการเกษตร เยาวชนเกษตรและเกษตรกรผู้นำ เพิ่มทักษะที่สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการ การพัฒนามาตรฐานผลผลิตสินค้าด้านพืช และผลิตภัณฑ์ เป็นความร่วมมือการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลผลิตสินค้าเกษตรในภาคใต้ ได้แก่ ไม้ผล พืชไร่ และพืชผัก ด้านการศึกษาวิจัย การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันและยางพารา การจัดการเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นความร่วมมือในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ในงานส่งเสริมการเกษตร การจัดการฐานข้อมูลด้านการเกษตร และเกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

นายพีรพันธ์ บอกอีกว่าสำหรับแผนงานที่กำหนดร่วมกันมี 3 แผนงาน ได้แก่ แผนงานด้านการเรียนการสอน เช่น การพัฒนาบุคลากรกรมส่งเสริมการเกษตร หลักสูตร non - degree  แผนงานด้านการวิจัย เช่น ร่วมพัฒนางานวิจัยในพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น แมลงดำหนามมะพร้าว โรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมัน โรคใบร่วงยางพารา หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน วิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าลองกองตันหยงมัส พัฒนาโจทย์วิจัยในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดระเบียบโลกใหม่ ทั้งมาตรการ EUDR หรือ การสร้างมาตรฐาน RSPO ในปาล์มน้ำมัน ให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ ปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และด้านบริการวิชาการ พัฒนาศักยภาพเกษตรกรผ่าน Learning Course, Re-skill, Up-Skill, New-Skill พัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ พัฒนานักวิจัยเชิงพื้นที่ รวมทั้ง ถ่ายทอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ด้วย







วันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2566

รักปลาคาร์พ ห้ามพลาด! ไทยเจ้าภาพงานใหญ่สุดในเอเชีย คาดตลาดปลากลับมาคึกคักพร้อมเงินสะพัด

 

 กรมประมง รวมพลังสมาคมผู้เลี้ยงปลาคาร์พทีเคเคจี จัดงานเอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 (14th Asia Cup Koi Show) งานประกวดปลาคาร์พระดับเอเชีย เติมความคึกคักให้กับตลาดปลาสวยงาม มั่นใจได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนรักปลาสวยงามคับคั่ง

นายวัฒนา ริ้วทอง นักวิชาการประมง (ชำนาญการพิเศษ) หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง สำนักงานประมงจังหวัดร้อยเอ็ด กรมประมง เผยว่า “งานเอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศที่ได้รับเลือกให้จัดงานระดับนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทุกด้านที่พร้อมจัดงาน และเป็นศูนย์กลางในการจัดงานในระดับนานาชาติ ทั้งด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของการพัฒนาประเทศที่มุ่งนำเสนอเชิงวัฒนธรรมด้านต่างๆ ให้เป็นซอฟท์ พาวเวอร์ สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกต่อไป ในการจัดงานเอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 จะเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงความพร้อมในด้านต่างๆ ให้นานาชาติที่เข้าร่วมได้เห็นถึงกระแสความนิยมการเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม การแข่งขันที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม ปลาคาร์พและขยายเครือข่าย รวมถึงการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว”

นายกิตติพงษ์ อาจสมรรถ ประธานสมาคมผู้เลี้ยงปลาคาร์พทีเคเคจี (ZNA TKKG Thailand Koi Keeper Group) กล่าวถึงการจัดงานเอเชีย คัพ โค่ย โชว์ว่า “งานเอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 สมาคมผู้เลี้ยงปลาคาร์พทีเคเคจี ได้ร่วมมือกับสมาคมการค้าส่งเสริมเครือข่ายปลาคาร์พ-ไทย (TNPA) จัดขึ้น ซึ่งเป็นงานประกวดปลาคาร์พที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากการประกวดออล เจแปน ( All Japan) ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมสุดยอดปลาคาร์พสวยที่หาชมได้ยากมาไว้ในงาน จากความสำเร็จของการจัดงานเมื่อ 9 ปีที่แล้วที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ทำให้เห็นถึงกระแสความสนใจและกำลังซื้อของคนเลี้ยงปลาคาร์พ ทั้งการเลี้ยงเพื่องานอดิเรกและเชิงธุรกิจ ถึงแม้จะมีช่วงซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจแต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ตลาดสัตว์น้ำสวยงามโดยเฉพาะปลาคาร์พ กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง เริ่มมีกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามาสนใจเลี้ยงกันมากขึ้น การที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพงานใหญ่ระดับนานาชาติอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จึงมั่นใจว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีของกลุ่มคนเลี้ยงเดิมและกลุ่มคนเลี้ยงหน้าใหม่ ”

“เอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 เป็นการประกวดปลาคาร์พ ประเภท European Style จำนวน 16 สายพันธุ์จากทั่วเอเชียที่ร่วมส่งปลาเข้าประกวด ถือเป็นงานที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงาม รวมถึงการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพราะจะมีผู้ชมงานจากทั่วเอเชียและในประเทศ เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคัก สำหรับผู้สนใจเข้าส่งปลาเข้าประกวด สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-10 ธันวาคม 2566 เวลา 24.00 น. ผ่านช่องทาง https://web.facebook.com/14asiacupkoishow เพื่อชิงถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติของงานที่ออกแบบเป็นรูปยักษ์ ที่สื่อที่ความเป็นไทย ความแข็งแรงและยิ่งใหญ่ของการจัดงาน”

“เอเชีย คัพ โค่ย โชว์ ครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 8.00-19.00 น. ณ The Government Complex ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (แจ้งวัฒนะ) ชมปลาคาร์พสวยงาม หายาก โดยไม่ต้องเดินทางต่างประเทศ หากพลาดงานนี้ต้องรออีก 7 ปี ที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ งานนี้จึงไม่อยากให้คนรักสัตว์น้ำสวยงามและปลาคาร์พพลาดเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้สนใจเริ่มต้นเลี้ยง ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์การเลี้ยงปลาคาร์พ การดูแลและการเลี้ยงในเชิงธุรกิจจากฟาร์มปลาทั่วประเทศ และสามารถเลือกซื้อปลาคาร์พและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในราคาพิเศษอีกด้วย เรียกว่ามางานเดียวครบทุกเรื่องปลาคาร์พอย่างแน่นอน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/14asiacupkoishow” นายกิตติพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566

วช. ยกย่อง “รศ.ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล” ผู้พัฒนาคลังข้อมูลภาษาไทย เป็นนักวิจัยดีเด่นฯ ปี 66

 


วันที่ 5 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566 ครั้งที่ 3” เปิดตัว รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพฯ

นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า  วช. ภายใต้กระทรวง อว. มีภารกิจที่สำคัญในการยกย่อง เชิดชู ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการส่วนรวม ซึ่งในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาปรัชญา ประจำปี 2566 ให้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล แห่งสถาบันภาษาไทยสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้พัฒนาคลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติ รวมถึงคลังข้อมูลในภาษาต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าในการทำงานวิจัย ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักวิจัย รวมไปถึงนักศึกษาสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการได้ วช. 

จึงจัดให้มีการมอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติ ให้นักวิจัยไทยมืออาชีพที่ได้อุทิศตนให้กับการสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณประโยชน์ต่อประชาชน สังคมและประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์ และที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับยกย่องว่ามีจริยธรรมของนักวิจัย สมควรเป็นแบบอย่างแก่นักวิจัยผู้อื่นได้ต่อไป

รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจน์ อรุณมานะกุล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ กล่าวว่า ภาษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการสื่อสารของมนุษย์ ดังนั้นในการสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล ผู้ใช้ภาษาจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้ภาษาได้อย่างถูก การวิเคราะห์โครงสร้างของประโยค คอมพิวเตอร์ กับ ภาษา ทำอย่างไรให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาของมนุษย์ การสร้าง กฎ หรือ โมเดลจำลองรูปแบบความรู้นั้น นำไปสู่การพัฒนาคลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติ คลังข้อมูลภาษา

ต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นเป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการเพราะเป็นแหล่งข้อมูลกลางที่นักวิจัยและนักศึกษาสามารถใช้สืบค้นหาข้อมูลที่ต้องการในงานวิจัยของตนเองได้ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่เผยแพร่ มีบริษัทเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนนักพัฒนาระบบจำนวนหนึ่งได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและเครื่องมือเหล่านี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งผู้วิจัยได้ทำหน้าที่ออกแบบคลังข้อมูลและพัฒนาโปรแกรม Thai Language  Toolkit เครื่องมือที่ใช้ในการตัดคำ กำกับ ข้อมูลตัวบทและจัดเก็บคลังข้อมูล นอกจากคลังข้อมูลภาษาไทยแล้ว ผู้วิจัยยังได้ร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในการพัฒนาและสร้างคลังข้อมูลเทียบบทภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกด้วย เพื่อให้นักวิจัย นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจสามารถสืบค้น เข้าถึงข้อมูล และตัวอย่างการแปลได้ ซึ่งคลังข้อมูลดังกล่าวได้เปิดให้บริการในรูปแบบสาธารณะ อาทิ โปรแกรมถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมัน โปรแกรมตัดคำภาษาไทย โปรแกรมถ่ายเสียงภาษาไทยเป็นสัทอักษร (Thai to IPA) โปรแกรมกำกับหมวดคำ โปรแกรมตัดหน่วยปริจเฉทพื้นฐาน หรือโปรแกรมเว็กเตอร์คำไทย (Thai word2vec) ปัจจุบัน โปรแกรมต่าง ๆ ที่พัฒนาได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของ Python Package TLTK  




(Thai Language Toolkit) ที่คนทั่วไปสามารถติดตั้งและเลือกใช้งานโมดูลที่ต้องการได้และยังมีการพัฒนาเพิ่มเติมโมดูลการประมวลผลภาษาไทยต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ วช. ได้มีการจัดงาน NRCT Talk ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้เป็นการจัดเรื่องนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 เพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อมวลชนและยังเป็นการเชิดชูนักวิจัยทางด้านสาขาปรัชญา ที่มีคุณค่า สร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้นักวิจัยยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสร้างองค์ความรู้พื้นฐานทางวิชาการต่อสังคมและเศรษฐกิจส่วนหนึ่งของผลงานวิจัยดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงโลกแห่งอนาคต สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566

กองทุนหมู่บ้านฯ ฟังทางนี้ ! “อนุชา” ชี้ช่องทางทำเงิน สร้างอาชีพ ให้พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ผ่านโครงการโคล้านครอบครัว

  


นาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชวนพี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ “โคล้านครอบครัว” ชี้เป็นหนทางช่วยประชาชนหลุดพ้นความยากจน และจะเป็นจุดพลิกผันให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว เน้นย้ำชัดว่าที่ผ่านมาได้มีการทดลอง ศึกษา และค้นคว้า ลงมือทำจริง และมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ โคล้านครอบครัว ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ที่ ครม. ได้อนุมัติเห็นชอบดำเนินงานโครงการในวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 79,610 กองทุน มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกู้ยืมเงินทุนสำหรับเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ ครอบครัวไม่เกิน 50,000 บาท  จำนวน 100,000 ครัวเรือน (เลี้ยงโค ครัวเรือนละ 2 ตัว รวม 200,000 ตัว)



เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมวิโรจน์ อิ่มพิทักษ์ อาคารศูนย์เรียนรวม 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โคล้านครอบครัว” เพื่อประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่พร้อมเดินหน้าทำให้โครงการสู่ความสำเร็จให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืนมั่นคง โดยมีนักวิชาการมาร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “ชี้ช่องรวย ด้วยโครงการโคล้านครอบครัว” โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค ตั้งแต่ต้น-กลาง-ปลายน้ำ อาทิ รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ธนพล หนองบัว รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมวิจัย เเละบริการวิชาการ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่งต่อความรู้เรื่องกระบวนการเลี้ยงโคอย่างมีคุณภาพ การเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงเพื่อให้สามารถทำกำไรสูงสุด พร้อมกับรับฟังประสบการณ์จากประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดนครพนม นายธนูศร ปัญญาสาร และ คุณประสาท บุญญานันท์ เจ้าของบังอรฟาร์ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจวากิวโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค และ เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้แทนฝั่งภาคการค้า ที่มาร่วมชี้ให้เห็นช่องทางตลาดเพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้



"สมาชิกกองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมากของประเทศ และยังเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ ผมได้เสนอแนวคิด "เงินบาทแรกของแผ่นดิน" ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่เกิดจากน้ำ จากดินที่อยู่ให้ภาคการเกษตร ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรรม จากการศึกษา ค้นคว้า และทดลองเป็นระยะเวลานาน พบว่าการทำปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโค จะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรทวีคูณ ผมจึงนำแนวคิดนี้มาทำโครงการช่วยเหลือประชาชน โดยผ่านการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ผมค้นพบว่าการเลี้ยงวัวเลี้ยงไม่ยาก วัวกินแต่หญ้า เริ่มแรกสมาชิกจะได้รับการสนับสนุนวัว 2 ตัว เมื่อผ่านระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 4 ตัว และปีต่อๆ ไปจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ จากการสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น 50,000 บาทแรก ผมมั่นใจว่าไม่เกิน 3 ปี จะสามารถคืนเงินทุนได้ทั้งหมด และปีต่อๆ ไปถือเป็นกำไรให้พี่น้องประชาชน ภายใน 6 ปี ประชาชนจะสามารถจับเงินล้านได้ไม่ยาก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นรายได้ที่ประชาชนจะได้รับอย่างยั่งยืน และเป็นหนทางสู่ความร่ำรวยได้ในอนาคต" นายอนุชากล่าว



ในส่วนของเงื่อนไขสำหรับกองทุนหมู่บ้านฯ ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ทองสุระวิโรจน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากองทุนหมู่บ้านและเสริมสร้างศักยภาพชุมชน สทบ. ได้กล่าวว่า ทางกองทุนหมู่บ้านเรายึดหลักการให้พี่น้องกองทุนบริหารจัดการกองทุนได้ภูมิปัญญาของด้วยตนเอง ต้องเป็นกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีความพร้อมทุกด้าน กองทุนมีมติเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการ สมาชิกต้องมีความประพฤติดี      มีวินัยด้านการเงิน และมีความพร้อม มีความสนใจจะสร้างรายได้ สร้างอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวได้จริง ก็สามารถ   เข้าร่วมโครงการได้ตามขั้นตอนผ่านกองทุนหมู่บ้านฯ โดยสมาชิกสามารถเลือกสายพันธุ์โคที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรือความพร้อมของตน ได้ด้วยตนเอง ทางหน่วยงาน สทบ. และกรรมการกองทุน พร้อมสนับสนุนให้ข้อมูลในการคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็น ชนิดสายพันธุ์ น้ำหนัก ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่



กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โคล้านครอบครัว สามารถเตรียมความพร้อมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต ทั้ง 13 สาขาเขต ในทุกภูมิภาค และศูนย์ประสานงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองประจำจังหวัด (ทุกจังหวัด)



“วัชระพล” ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน

“วัชระพล” ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน เดินหน้าขยายตลาดส่งออกนมเพื่อฟื้นฟู อ.ส.ค. ...