วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567

รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง”



     วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือนและการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศการกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยมี คณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานโดยพร้อมเพรียงกัน

     ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ผลงานของรัฐบาลแพทองธาร เป็นผลงานที่ต่อเนื่องมาจากการบริหารงานของอดีตนายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทีวีสี    วันนี้รัฐบาลแพทองธารได้ทำงานผ่านความร่วมมือของคณะรัฐมนตรีและพี่น้องข้าราชการ เพื่อพี่น้องประชาชนมาแล้ว 90 วันเต็ม ทำให้วันนี้ “ทุกคนคือทีมเดียวกัน”  และจะร่วมกันเดินไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ วางรากฐานของประเทศไทยในทศวรรษหน้า ให้คนไทยมีกิน-มีใช้-มีเกียรติ-มีศักดิ์ศรี ประเทศไทยในปี 2568 จะเป็นปีแห่ง “โอกาส” รัฐบาลจะสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่เป็นจริง

    นโยบายแรก คือ การแก้ไขปัญหา “น้ำท่วม-น้ำแล้ง”  น้ำต้องเพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภค เกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการทั้งระยะสั้น-กลาง-ระยะยาว   รวมทั้งการศึกษาแนวทางที่จะอนุญาตให้ประชาชนขุดลอกคูคลองแล้วนำดินไปใช้หรือขายได้ และให้มีการศึกษาโครงการ Floodway และโครงสร้างขนาดใหญ่ที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย


    นโยบายต่อมาคือเรื่องปัญหา “หมอกควัน”  นายกรัฐมนตรีประกาศ KPI ว่า PM 2.5 จะต้องลดน้อยลง ทั้งในแง่ปริมาณฝุ่นและตัวเลขประชาชนที่ป่วยจากฝุ่น ต้องลดลงทุกปี 

    ปัจจุบันรัฐบาลได้ควบคุมการเผาในประเทศ การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านให้ลดการเผา และการออกกฎหมาย พ.ร.บ. อากาศสะอาด เช่นเดียวกับเรื่องยาเสพติด ที่จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

   


  ประเด็นต่อมา รัฐบาลจะนำธุรกิจใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินและกำกับให้ถูกกฎหมาย คาดว่าธุรกิจใต้ดินมีมูลค่ากว่า 49% ของ GDP ไทย การแก้ปัญหานี้จะทำให้รัฐบาลปกป้องประชาชนได้และยังเป็นรายได้ของรัฐบาลด้วย ในเรื่องเทคโนโลยี และ AI รัฐบาลไทยตั้งเป้าจะเป็น AI Hub ของภูมิภาค เนื่องจากในปัจจุบัน มีบริษัทใหญ่มาลงทุนทำศูนย์ข้อมูล (Data center) เป็นเงินลงทุนมากกว่าล้านล้านบาทแล้ว


     ในส่วนของนโยบายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการนำนโยบาย “หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน” หรือ ODOS กลับมาอีกครั้ง โดยใช้งบประมาณจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งมีโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ไปฝึกภาษาที่ต่างประเทศเป็นเวลาสั้นๆ ในโครงการ “1 อำเภอ 1 ซัมเมอร์แคมป์” และโครงการอัพเกรดโรงเรียนประจำอำเภอ ทำให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ เติมครู เติมเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา และ AI ให้เด็ก ๆ ในทุกอำเภอ และให้โอกาสคนทุกตำบลหมู่บ้านในการคิดและลงมือแก้ไขปัญหาในพื้นที่ผ่านโครงการ SML ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่จะกระจายโอกาสและเงินลงไปในทุกหมู่บ้าน พร้อมกับกองทุนเพื่อฟื้นฟู SME ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทยอีกกว่า 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” (Public Housing) คอนโดคุณภาพดีพร้อมเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ เริ่มต้นประมาณ 30 ตารางเมตร ผ่อนเดือนละประมาณ 4,000 บาท เป็นเวลาประมาณ 30  ปี และให้สิทธิอยู่อาศัย 99 ปี ที่จะเป็นความหวังของคนไทยที่อยากมีบ้าน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีประกาศว่า จะดำเนินโครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 โดยเงินสดจะถึงมือผู้สูงอายุประมาณ 4 ล้านราย  ไม่เกินช่วงตรุษจีนนี้  หลังจากนั้น จะดำเนินการระยะที่ 3 สำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องพร้อมกับยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล


    นโยบายสุดท้ายที่แถลง คือ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเน้นที่หนี้  “รถยนต์”  และ “บ้าน” โดยธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคาร ตกลงที่จะลดการส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูลง 0.23% ซึ่งเป็นเงินกว่า 39,000 ล้านต่อปี และธนาคารพาณิชย์จะเติมให้อีก 39,000 รวมกันเป็น 78,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อพักดอกเบี้ย 3 ปี ให้ลูกหนี้จ่ายคืนเงินต้นได้เต็มจำนวน โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2568 พร้อมมาตรการประนอมหนี้แบบพิเศษที่จะล้างหนี้ให้ทั้งหมด สำหรับลูกหนี้มูลหนี้ต่ำกว่า 5,000 บาท

 

     สุดท้ายนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวกับรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและข้าราชการว่า นักการเมืองและข้าราชการ ต่างมาจากภาษีของประชาชน เราต่างมีหัวใจเดียวกัน คือ การทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน การทำให้ประเทศไทยดีขึ้น วันนี้...อยากให้เพื่อนข้าราชการทุกท่านยึดคติในใจว่า หลังจากนี้ จะเป็นปีแห่งการสร้าง “People Empowerment” เพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจเรา หรือการลดและเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐ

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ส. กุ้งไทย เผยผลผลิตกุ้งไทยปี 2567 ลดลง จากปัญหาโรคระบาด ราคากุ้งตกต่ำ ขอ 2,000 ล้าน แก้ปัญหาอุตสาหกรรมกุ้ง


ส. กุ้งไทย เผยผลผลิตกุ้งไทยปี 2567 ลดลง จากปัญหาโรคระบาด ราคากุ้งตกต่ำ ขอ 2,000 ล้าน แก้ปัญหาอุตสาหกรรมกุ้ง 

ชมรัฐฯ ประกาศแก้ปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ เร่งแก้ปัญหาโรคอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 ปี เพื่อกลับมาผลิตกุ้งไทยคุณภาพสูง 400,000 ตัน สู้ตลาดโลก 

วันนี้ (11 ธันวาคม 2567) นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย นำทีมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประกอบด้วย นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ที่ปรึกษาสมาคม และประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย นายปกครอง เกิดสุข อุปนายกสมาคมฯ และประธานที่ปรึกษาชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ นายปรีชา สุขเกษม อุปนายกสมาคมฯ และนายพิชญพันธุ์ สลิลปราโมทย์ กรรมการบริหารสมาคมกุ้งไทยและประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงสถานการณ์กุ้งของไทย ปี 2567 ว่า ผลผลิตกุ้งเลี้ยงโดยรวม อยู่ที่  270,000  ตัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาโรคระบาด สภาพอากาศแปรปรวน กระทบคุณภาพลูกกุ้ง และการเลี้ยงของเกษตรกร ราคากุ้งตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนชะลอการลงกุ้ง ชื่นชมรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้ประกาศนโยบายการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ เสนอของบ 2,000 ล้าน แก้ปัญหากุ้งทั้งระบบ เน้นแก้ปัญหาโรคกุ้งอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้ภายใน 3 ปี หยุดความเสียหายกว่า 600,000 ล้าน เพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพ 400,000 ตัน ทวงคืนมูลค่าการส่งออก 50,000 ล้าน กลับเข้าประเทศ

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตกุ้งของไทยปี 2567 ว่า ปริมาณผลผลิตกุ้งคาดว่าจะได้ประมาณ 270,000 ตัน ลดลงร้อยละ 4 จากปีที่แล้ว เป็นผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ตอนบน ร้อยละ 37  ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอันดามัน ร้อยละ 23 จากภาคตะวันออก ร้อยละ 20  จากภาคกลาง ร้อยละ 10  ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย ร้อยละ 10 ส่วนผลผลิตกุ้งทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ  5.04 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 4 โดยผลผลิตจากประเทศผู้ผลิตหลักทั้งจีน เอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม ลดลงทุกประเทศ

 


ส่วนการส่งออกกุ้งเดือน ม.ค. – ต.ค. ปีนี้อยู่ที่ปริมาณ 109,048  ตัน มูลค่า 33,954 ล้านบาท ปริมาณลดลง ร้อยละ 1 ส่วนมูลค่าลดลง ร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ที่ส่งออกปริมาณ 109,663  ตัน มูลค่า 36,284 ล้านบาท”

นายบรรจง  นิสภวาณิชย์ ที่ปรึกษาสมาคม และประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคตะวันออกคาดการณ์ผลผลิตประมาณ 53,900 ตัน คิดเป็นร้อยละ 20 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 20 เนื่องจากเกษตรกรปล่อยกุ้งลดลง และชะลอการลงกุ้ง ปัญหาโรคระบาด EHP ตัวแดงดวงขาว และโรคตายด่วน อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปีเกษตรกรเริ่มลงกุ้งต่อเนื่องเพราะราคาจูงใจ  สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคกลางผลผลิตประมาณ 26,900 ตัน คิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ ลดลงร้อยละ 19 ช่วงไตรมาสแรกการเลี้ยงดี แต่ไตรมาสที่สองและสาม ประสบปัญหาโรคขี้ขาว และสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้อัตรารอดต่ำ ลูกกุ้งไม่เพียงพอ ราคากุ้งค่อนข้างดี โดยเฉพาะตลาดในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรมีการเตรียมตบ่อเพื่อลงกุ้งมากขึ้น 

นายปกครอง  เกิดสุข อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และประธานที่ปรึกษาชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ตอนล่างฝั่งอันดามัน คาดการณ์ผลผลิตประมาณ 61,100 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 7 โดยมีความเสียหายจากโรคตัวแดงดวงขาวในช่วงเปลี่ยนฤดู และปัญหาเชื้อโรคปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติ เกษตรกรมีการวางแผนการเลี้ยงโดยลดความหนาแน่น เพื่อลดความเสี่ยงการเลี้ยงช่วงปลายปี บางส่วนเปลี่ยนไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องโรค  

นายปรีชา  สุขเกษม อุปนายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวถึงผลผลิตกุ้งภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย ปริมาณ 28,400 ตัน คิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ ลดลงร้อยละ 2 ปัญหาหลักคือ ปัญหาโรคระบาด โดยเฉพาะขี้ขาว และ EHP ทำให้เกษตรกรต้องจับกุ้งก่อนกำหนด และสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้การเลี้ยงกุ้งยากขึ้น เกษตรกรต้องปรับตัวโดยการพักบ่อนานขึ้น ลดความหนาแน่นในการเลี้ยงกุ้งเพื่อลดความเสี่ยง

นายพิชญพันธุ์   สลิลปราโมทย์ กรรมการบริหารสมาคม และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงผลผลิตกุ้งพื้นที่ภาคใต้ตอนบนประมาณการผลผลิต 99,700 ตัน คิดเป็นร้อยละ 37  ของผลผลิตรวมทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 โดยเกษตรกรลงกุ้งเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาเนื่องจากราคากุ้งปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้การเลี้ยงยากขึ้น และพบเชื้อในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับระบบการป้องกันโรคมากขึ้น”

“ความเสียหายที่อุตสาหกรรมเผชิญมาตลอดสิบกว่าปี จากปัญหาโรคระบาด EMS หรือโรคตายด่วน ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรพยายามทุ่มเททุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง และความช่วยเหลือจากกรมประมง แต่ยังไม่สามารถก้าวผ่านปัญหาโรคระบาดได้ สิ่งที่ภาครัฐต้องทำอย่างเร่งด่วน และเป็นข้อเสนอของพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 19 องค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่มีมติร่วมกันในการยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ และเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้รับการตอบรับจากกระทรวงฯ โดยได้มีการประกาศยกระดับเรื่องการแก้ปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ เป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ทำให้ผมเริ่มมีความหวังว่าจะเห็นผลการดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม โดยพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยเสนองบประมาณสำหรับการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมกุ้ง 2,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเรื่องโรคกุ้งภายในสามปี เพื่อหยุดความเสียหายประมาณ 600,000 ล้าน ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เพื่อเอา 50,000 ล้านกลับมา 

สิ่งที่เกษตรกรเรียกร้อง และรัฐบาลต้องช่วยเหลือเพราะวันนี้เกินกำลังของพวกเราแล้วคือ การแก้ปัญหาเรื่องโรคให้ได้ โดยรัฐต้องมีมาตรการในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ปัญหาโรคให้ได้ภายใน 3 ปี ซึ่งหากรัฐบาลทำเรื่องนี้สำเร็จ เกษตรกรจะสามารถบรรลุเป้าหมายผลผลิต 400,000 ตัน ซึ่งเป็นผลผลิตคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรหลักสำคัญที่ทำรายได้กลับคืนมาให้กับประเทศได้อีกครั้งอย่างแน่นอน ” นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าว 



วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ประสานพลัง...ประมงพัทลุง-ประมงสงขลาเดินหน้าเฝ้าระวังปลาหมอคางดำ ปกป้องทะเลสาบสงขลาเข้มแข็ง

 

ประมงจังหวัดสงขลา และ ประมงจังหวัดพัทลุง ตระหนักถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ประมงทั้งสองจังหวัดลงพื้นที่ดูแลเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย พร้อมกับตรวจติดตามเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา สร้างการรับรู้ และร่วมมือกับชาวประมงพื้นบ้านจัดชุดปฏิบัติการสำรวจปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลาหลังน้ำท่วมคลี่คลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นวาไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา 

นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ประมงจังหวัดพัทลุงตระหนักดีถึงความกังวลใจของประชาชนและชาวประมงพื้นบ้านว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจเป็นปัจจัยให้เกิดการพัดพาปลาหมอคางดำลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยฝั่งจังหวัดพัทลุงได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ประมงบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดดูแลเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักว่ามีโอกาสที่ปลาหมอคางดำหลุดเข้าทะเลสาบสงขลา ประมงจังหวัดจัดชุดปฏิบัติการสำรวจปลาหมอคางดำ และขอความร่วมมือกับชาวประมงพื้นบ้านช่วยกันสอดส่องในพื้นที่บริเวณทะเลสาบสงขลา หากพบให้ดำเนินการตามมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งพบปลาหมอคางดำในทะเลสาบสงขลา  

ก่อนหน้านี้ในช่วงฝนตกชุก ประมงจังหวัดพัทลุงปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน 8,000 ตัวที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ลงในแหล่งน้ำที่พบปลาหมอคางดำ รวมทั้งแหล่งน้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา เป็นรอยต่อกับอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เป็นการสร้างแนวกันชนเชิงป้องกันหากมีปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาในช่วงที่น้ำหลาก ขณะเดียวกัน ปลากะพงขาวยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการติดตามเฝ้าระวังปลาหมอคางดำอีกทางหนึ่ง

ด้านจังหวัดสงขลา นายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยครอบคลุมหลายอำเภอ ประมงจังหวัดได้ส่งเจ้าหน้าที่กองตรวจการประมงออกปฏิบัติหน้าที่เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและอาสาสมัครตั้งจุดประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง รวมทั้งแจกจ่ายอาหารปรุงสุก  และน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่  

ทั้งนี้ ประมงจังหวัดสงขลาไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องปลาหมอคางดำ โดยร่วมมือกับประมงอำเภอระโนด และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา ชมรมกุ้งอำเภอระโนด ผู้นำชุมชนเฝ้าระวังแหล่งน้ำในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยขอความร่วมมือกับผู้นำชุมชนดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำตามมาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” พร้อมกับส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นอาหาร โดยก่อนเกิดอุทกภัย ประมงอำเภอระโนดร่วมกับซีพีเอฟ ปล่อยปลากะพงขาว ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 10,000 ตัว ลงในแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอระโนด เพื่อควบคุมปลาหมอคางดำในพื้นที่และเป็นแนวกันชนป้องกันปลาหมอคางดำขยายวงออกไปสู่ทะเลสาบสงขลา 


นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประมงอำเภอระโนดยังได้สนับสนุนกากชาแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำไปกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำหลุดออกไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในช่วงที่ฝนตกชุก ระดับน้ำในลำคลองเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย


ประมงจังหวัดพัทลุงและสงขลาได้ดำเนินการมาตรการเชิงป้องกันการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างเข้มข้น โดยมีการติดตามเฝ้าระวังเป็นประจำ พร้อมกับสร้างการรับรู้ว่าปลาหมอคางดำมีประโยชน์สามารถนำมาใช้บริโภคได้ และใช้ประโยชน์ได้ โดยประมงจังหวัดมีแผนที่จะรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำมาทำน้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยแจกให้เกษตรกร  รวมทั้งหาแนวทางส่งเสริมจับปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์และจัดการที่เหมาะสมกับพื้นที่  เพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนรักษาความหลากหลายของระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืนต่อไป


วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เลขาธิการ ส.ป.ก. และคณะร่วมติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดสงขลา

 

    ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสงขลา  เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567

     ทั้งนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  นายสมศักดิ์ การเจริญกุลวงศ์ ผู้ตรวจราชการกรม นายเกียรติยศ ทรงสง่า ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน  ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการลงพื้นที่ตรวจราชการ  เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567

      การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรฯ และคณะ  ได้ตรวจราชการและติดตามโครงการระบายน้ำคลองเปรม อำเภอสทิงพระ และติดตามความพร้อมการเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯและคณะ ได้มอบโฉนดเพื่อการเกษตร ให้แก่เกษตรกร จำนวน 50 ราย 65 แปลง เนื้อที่ 447 ไร่ 47  ตารางวา และมอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาด้วย

     สำหรับคาบสมุทรสทิงพระ เป็นคาบสมุทรในเขตจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสิงหนคร  อำเภอกระแสสินธุ์  อำเภอสทิงพระ และ อำเภอระโนด มีพื้นที่รวมประมาณ 800 ตารางกิโลเมตร คาบสมุทรมีลักษณะแคบยาว มีความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร มีความกว้างตั้งแต่ 5–12 กิโลเมตร สภาพทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบชายทะเลถูกขนาบด้วยทะเลสาบสงขลาทางทิศตะวันตกและอ่าวไทยทางทิศตะวันออก สภาพพื้นที่ทางทิศตะวันตกเป็นที่ราบ ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกมีสันทรายในแนวเหนือ-ใต้ตามแนวทางหลวงหมายเลข 408 ยกตัวสูงเป็นเนินคั่นระหว่างพื้นที่ราบริมทะเล



วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ARDA ร่วมกับฟาร์ม เอ็กซ์โป และพันธมิตร ตัดสิน Pitching เวทีแข่งขันนวัตกรรมเกษตร ปุ๋ยเสื้อเกราะ คว้าแชมป์ รับเงินแสน ในรายการ AGRITHON By ARDA

 


สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) - ARDA  ร่วมกับฟาร์ม เอ็กซ์โป และพันธมิตร จัดแข่งขันนวัตกรรมเกษตร AGRITHON By ARDA เฟ้นหาสุดยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร ร่วมยกระดับภาคการเกษตรไทยด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสนับสนุนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ในงาน Farm Expo 2024 มหกรรมเกษตรในร่ม กลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 

สำหรับการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ โครงการ AGRITHON By ARDA Season 1 จัดขึ้นในงาน Farm Expo 2024 โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของ ARDA   วิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.)  สถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)     มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการทรงคุณวุฒิ ตัดสินผู้ชนะการแข่งขันนำเสนอนวัตกรรมด้านการเกษตรในโครงการ AGRITHON By ARDA Season 1 รอบสุดท้าย โดยมีผู้ชนะการแข่งขันประจำสัปดาห์ จำนวน 20 ท่าน ผ่านเข้าร่วม Pitching ผ่าน 4 หมวดนวัตกรรม โดยมีผู้ชนะเลิศได้รับรางวัลเงินสด จำนวน 10 ท่าน ดังนี้  รางวัลที่ 1 : 100,000 บาท ได้แก่ นวัตกรรมการเคลือบปุ๋ยเคมีด้วยอินทรีย์ ด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดย คุณฝนธิป ศรีวรัญญู  รางวัลที่ 2 : 30,000 บาท ได้แก่ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้น้ำนมปราศจากน้ำตาลแลคโตส และข้าวเป็นส่วนประกอบหลัก ทดแทนผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ  โดย ผศ.ดร.สุภัทร์ ไชยกุล   รางวัลที่ 3 : 20,000 บาท ได้แก่ ฟาร์มปุ๋ยอินทรีย์และอาหารสัตว์จากผักตบชวา ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย คุณนันพิพัฒน์ กุคำจัด และรางวัลที่ 4-10  รางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 7 รางวัล 

นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน AGRITHON By ARDA เปิดเผยว่า  AGRITHON เป็นการแข่งขันนำเสนอนวัตกรรมเกษตรที่เน้นการคิดค้น วิจัยด้านการเกษตรในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาจากความรู้ขั้นพื้นฐานไปถึงการใช้เทคโนโลยีระดับสูงเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร โดย แอกริธอน มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องมือ เครื่องทุ่นแรง และนวัตกรรม เพื่อเป็นทางออกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุน ลดความเสี่ยงในการทำเกษตรกรรม โดยใช้ทรัพยากรที่ีมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อม และภาคการเกษตรในวงกว้าง อย่างยั่งยืน และสามารถต่อยอดแนวคิดเพื่อช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว 

โครงการ AGRITHON By ARDA นับเป็นก้าวสำคัญของการเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้ร่วมแข่งขันนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ ให้พร้อมแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ได้แก่ โตโยต้า ซีแอลพี และมาม่า   ที่รวบรวมเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมด้านการเกษตรที่น่าสนใจมานำเสนอเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรยุคใหม่

สามารถติดตามรายการย้อนหลังได้ทาง https://www.facebook.com/FarmExpoThailand/videos/1906923676451051

#AgrithonbyArda #แอกริธอน #Agrithon #มหกรรมเกษตรในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

#ฟาร์มเอ็กซ์โป2024 #farmexpo #farmexpo2024 #farmexpothailand








วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2567

Q-CHANG ขอบคุณทุกความเชื่อมั่น จากลูกค้าเเละช่างที่ให้เราเป็น BACK UP มาตลอด 6 ปี

 


Q-CHANG ขอบคุณทุกความเชื่อมั่น จากลูกค้าเเละช่างที่ให้เราเป็น BACK UP มาตลอด 6 ปี

มากกว่า 300,000 หลังทั่วประเทศ สร้างรายได้ผ่านเเพลตฟอร์มสะสมมากกว่า 1,200 ล้านบาท

พร้อมส่งมอบของขวัญสุดพิเศษให้ลูกค้าผ่านการสร้างประสบการณ์ที่ดี ชัวร์ตั้งเเต่เริ่ม

(Q-CHANG) คิวช่าง แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร ผู้ให้บริการ จัดหาทีมช่างคุณภาพให้กับเจ้าของบ้าน ครบรอบ 6 ปี ขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่น เเละ เชื่อใจให้ (Q-CHANG) คิวช่าง เป็น  Back up ทุกบริการเรื่องบ้าน ทั้งบริการซ่อมหลังคารั่ว บริการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ บริการล้างเครื่องปรับอากาศ บริการรีโนเวทปรับปรุงบ้าน เเละ บริการทำความสะอาดบ้าน ทำให้

(Q-CHANG) คิวช่าง เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โดยมียอดผู้ใช้บริการกว่า 300,000 ราย สร้างยอดขายสะสมมากกว่า 1,200 ล้านบาท

นายศรัณย์วิศว์ ภักดีนอก กรรมการบริหาร Q-CHANG (คิวช่าง) แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพ

และบริการดูแลบ้านครบวงจร กล่าวว่า “คิวช่าง เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เเละมั่นคงจากปัจจัยหลัก 3 อย่างได้แก่ การสร้างประสบการณ์ที่ดีเเละตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์, การพัฒนา ควบคุมมาตรฐานการให้บริการรวมถึงคุณภาพของงานช่าง และการขยายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเจ้าของบ้าน Q-CHANG (คิวช่าง) มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกขั้นตอนการให้บริการสะดวก รวดเร็ว

และไร้ความกังวล โดยลูกค้าสามารถเลือกจองบริการตามวันและเวลาที่สะดวก ติดตามสถานะงานได้ในทุกขั้นตอน และมั่นใจในคุณภาพการบริการ พร้อมช่องทางในการจองบริการที่หลากหลายทั้ง เว็บไซต์, Q-CHANG Shop Service ซึ่งมีมากกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ อีกทั้งยังไม่หยุดพัฒนาบริการด้วยเเนวคิด Preference Services ร่วมกับ พาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อาทิ EZYBUILT แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Fit-in สำหรับที่อยู่อาศัย ติดตั้งเร็ว บ้านไม่ช้ำ ที่พร้อมขยายสาขาไปมากกว่า 15 สาขาทั่วประเทศในปี 2568 นี้

และในโอกาสครบรอบ 6 ปีนี้เราขอมอบของขวัญเเทนคำขอบคุณ ด้วยการมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ ที่ดีให้ลูกค้าใช้บริการคิวช่างได้สะดวกเเละง่ายขึ้นด้วยการเปิดตัว เเอปพลิเคชัน คิวช่าง ที่มาพร้อมประสบการณ์ที่ดี 4 ชัวร์ ตั้งเเต่ดาวน์โหลด ได้แก่ จองง่ายชัวร์ เลือก จอง จ่าย ง่ายเพียง 4 คลิก, หาช่างได้ชัวร์ด้วยระบบจัดการ match ทีมช่างในพื้นที่ของลูกค้า พร้อมรองรับการบริการครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ, ช่างไม่ทิ้งงานชัวร์ ลูกค้าสามารถติดตามสถานะงานได้ 24 ชั่วโมง และรับประกันทุกงานชัวร์  มีประกันคุณภาพเพิ่มเติมหลังจบงาน ซึ่งหลังจากเปิดให้ใช้งานมียอดดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 80,000 ครั้ง

สำหรับทีมช่าง Q-CHANG เรามุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการทำงานของช่าง โดยพัฒนาใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Soft Skill, Hard Skill และ Business Skill ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จในการพัฒนา ทีมช่างคุณภาพ และได้จัดตั้ง Q-CHANG ACADEMY ศูนย์ฝึกอบรมช่าง ขึ้นที่กรุงเทพฯ และหาดใหญ่ พร้อมแผนขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศเพื่อพัฒนาทักษะเเละคุณภาพทีมช่างให้ส่งต่อประสบการณ์ที่ดีไปยัง ลูกค้าต่อไป

อีกทั้งความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ต้องการบริการติดตั้งควบคู่ไปกับการจัดจำหน่ายและส่งมอบสินค้าไปสู่ผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพและครบวงจร ทั้งในกลุ่ม E-commerce Platform เช่น Shopee, Lazada, NocNoc รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า เช่น เบเยอร์, จระเข้ เเละอีกหลายเจ้าทำให้ Q-CHANG สามารถส่งมอบ ประสบการณ์การให้บริการที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างทั่วถึง


โดยตลอด 6 ปีจากปัจจัย 3 ประการที่เราตั้งใจมุ่งมั่นทำเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ตั้งเเต่เริ่ม

จนหลังจบงาน ทำให้เรามีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงถึง 40% บน แอปพลิเคชัน Q-CHANG ​และ เว็บไซต์ www.q-chang.com โดยมีลูกค้ากลับมาใช้บริการคิวช่างซ้ำสูงสุดเกือบ 100 ครั้งในกลุ่มบริการ ทำความสะอาดบ้าน โดยหลังจากนี้ Q-CHANG (คิวช่าง) จะเดินหน้าไม่หยุดพัฒนาพื่อส่งมอบบริการ คุณภาพให้ลูกค้าตลอดไป ตอกย้ำความเเนวคิดหลักของเรา WE’VE GOT YOUR BACK  


ผู้ที่สนใจใช้บริการ Q-CHANG (คิวช่าง) แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร ครอบคลุมทุกบริการเรื่องบ้าน…..ครบจบในที่เดียว “ล้าง ซ่อม ติดตั้ง ต่อเติม” สามารถนัดหมายจองใช้บริการ

Q-CHANG (คิวช่าง)ได้ผ่านแอปพลิเคชัน Q-CHANG ของขวัญที่เราตั้งใจมอบให้ลูกค้าทุกคน  หรือทางเว็บไซต์ www.q-chang.com โทร. 02-821-6545 หรือ Line : @q-chang หรือติดต่อทาง Q-CHANG Shop Service ทั่วประเทศ


#QCHANG #6yearanniversary  #คิวช่าง #WEHAVEGOTYOURBACK #แบ็คอัพทุกเรื่องบ้าน

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ฟาร์มเอ็กซ์โป เปิดงานมหกรรมการเกษตร สุดยิ่งใหญ่ สร้างประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรมไฮไลท์เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร พร้อมยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

 


 บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานมหกรรมการเกษตรในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้ประกอบและประชาชนทั่วไปแห่ร่วมงานอย่างคับคั่ง ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในงานแสดงนวัตกรรมและสินค้าการเกษตรครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ผ่านโซนแสดงนวัตกรรมกว่า 14 โซน และ 60 ไฮไลท์ รวมกว่า 300 บูธ ถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรในทุกมิติ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เกษตรกรไทย และภาคการเกษตรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน 

โดยในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี งานจัดขึ้นวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายนรบดี ผดุงเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาร์มเอ็กซ์โป จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงาน ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) ในครั้งนี้ เป็นการผลักดันอย่างต่อเนื่องที่สำคัญของภาคเกษตรที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องด้วยการเกษตรเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกที่สินค้าเกษตรของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดนานาชาติ เมื่อความต้องการของตลาดมีการเปลี่ยนแปลง เราจึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคเกษตรทุกด้าน เพื่อทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้าที่มีมากกว่าคุณภาพมาตรฐาน ตอบโจทย์ทุกความต้องการและมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก งานมหกรรมการเกษตร ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันยกระดับคุณภาพภาคการเกษตรไทยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะช่วยให้สินค้าเกษตรของไทยมีคุณภาพ สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่องไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

งานมหกรรมการเกษตร ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) ภายใต้ธีม REVOLUTIONISING FARM BUSINESSได้รับการผลักดันและความร่วมมือจากโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การ มหาชน), สหพัฒนพิบูล, ไอ ซี ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ CLP Engineering รวมถึงพันธมิตรภาครัฐและเอกชนกว่า 300 ผู้ประกอบการระดับประเทศที่เข้ามาร่วมงาน นับว่าเป็นงานมหกรรมการเกษตรในร่ม โดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สินค้าและบริการจากภาคเกษตรมาจัดแสดงมากกว่า 14 โซน ชม ชิม ช้อป กับผู้แสดงสินค้าเกษตรกว่า 300 บูธ มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายที่คัดสรรมาแบบจัดเต็ม พร้อมไฮไลท์กว่า 60 ไฮไลท์ ได้แก่ ตู้คีบทุเรียนใหญ่ที่สุดในโลก จัดเต็มทุเรียน 1 ตัน คีบได้รับทุเรียนไปเลย ฟรี!, ปุ๋ยพลังแรด เพื่อดอกไม้ไฮเอนด์ ครั้งแรกเฉพาะในงาน, พบกล่องจุ่ม สุดจึ้ง วันละ 100 กล่อง,  ตรวจดินฟรี ดินดี ปลูกอะไรก็งอกงาม, ป๊อปคอร์น SF สด หอม อร่อย พร้อมเสริ์ฟ, น้อยหน่าอิสราเอล ลูกละโล จองคิวยาวข้ามปี, มาเก็บไข่สดกันได้ทุกวัน , อัพสกิลเรียนบินโดรนฟรีกับสถาบันการบินพลเรือน,น้องเจนทำฟาร์ม สาวเกษตรสุดฮอต มาแชร์ความรู้เด็ด, แสดงโชว์รถแทร็กเตอร์ไฟฟ้าคันแรกของประเทศไทยและคันแรกในอาเซียน, พบกับควายซุปตาร์ มารวยจูเนียร์ ราคา 15 ล้าน  และ โก้เมืองเพชร ราคา 20 ล้าน, 100 ฟาร์มสำเร็จ สร้างอาชีพ , เข้าคิวจองกางเกงหมูเด้ง ยอดฮิตติดกระแส ทั้งนี้ทาง Farm Expo ยังได้สิทธิเพียงผู้เดียวและเจ้าแรกที่เป็นผู้ผลิต และจำหน่าย เสื้อหมูเด้ง ลิมิเต็ดเอดิชั่น จำนวนจำกัด มาจับจองได้ที่บูธ L 15-18 เฉพาะในงานเท่านั้น รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย ร่วมกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย พบกับเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำ นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต อาทิ การจัดแสดง “โตโยต้า ไฮลักซ์ แชมป์” รถกระบะสำหรับคนรุ่นใหม่แห่งยุค เพื่อผู้ประกอบการ “สมาร์ทฟาร์ม” (Smart Farm) นำไปใช้งานได้จริง,การแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันด้านการเกษตร Farm to Table  ,ตัวอย่างความสำเร็จ ,ผลงานวิจัยเพื่อการเกษตร ,การสัมมนาเชิงวิชาการและเวิร์คช็อปในเรื่องที่เป็นกระแส ติดเทรนด์  อาทิ Thailand Farming Outlook แนวโน้มเศรษฐกิจเกษตรโลกและไทย ตลาดสินค้าเกษตรรอบโลก  เทคโนโลยีและการวิจัยการเกษตร   GED Technology  เทคโนโลยีอวกาศเพื่อการเกษตรและภาวะโลกเดือด  เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ  การ Transforming สู่เกษตรมูลค่าสูง และพบกับการแข่งขันนวัตกรรมด้านการเกษตร Agrithon Live Pitching by ARDA บนเวทีกลางเป็นต้น รวมถึงการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้หาความรู้ในด้านการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จะเน้นแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคการเกษตร ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเกษตรของไทยได้ก้าวไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาและเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างคอนเนคชั่นร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจและพันธมิตรที่ร่วมเดินทางอีกมากมาย โดยได้รับการสนับสนุนที่ดีทั้งจากภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่างานมหกรรมการเกษตรฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการปลุกกระแสให้เห็นถึงความสำคัญของสินค้าเกษตรที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยี ต่อคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย ทำให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ ส่งเสริมการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรในทุกระดับให้ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ในทุกมิติ เกิดความมั่นคงและความภูมิใจในการเป็นเกษตรกรชาวไทยต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย” นายนรบดี กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำที่จะมาปลดล็อคทุกศักยภาพของเกษตรกรชาวไทย กับงานมหกรรมการเกษตรในร่ม โดยคนไทย เพื่อคนไทย ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ฟาร์มเอ็กซ์โป 2024 (FARM EXPO 2024) สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ติดต่อสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FarmExpothailand, LINE OA: @farmexpoหรือWWW. : www.farmexpo.co.th

#FarmExpo2024 #มหกรรมเกษตรในร่มกลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย #ฟาร์มเอ็กซ์โป2024










“วัชระพล” ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน

“วัชระพล” ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน เดินหน้าขยายตลาดส่งออกนมเพื่อฟื้นฟู อ.ส.ค. ...