วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไทยพร้อมโชว์ศักยภาพสินค้าเกษตรคุณภาพพรีเมียม สู่ตลาดซาอุดิอาระเบีย ในงาน Agro Food Jeddah 2025

 


ประเทศไทยเตรียมนำเสนอศักยภาพสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ในงาน Agro Food Jeddah 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 ธันวาคม 2568 ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า นำเสนอคุณภาพ มาตรฐาน และความพร้อมของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดตะวันออกกลางอย่างเต็มรูปแบบ

ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลไม้สด ผลไม้แปรรูป สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และนวัตกรรมอาหารจากประเทศไทย ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ

“ประเทศไทยมุ่งมั่นยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง งาน Agro Food Jeddah 2025 เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าชาวซาอุดิอาระเบีย เราพร้อมนำเสนอสินค้าเกษตรที่ดีที่สุด ภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวด เพื่อให้เป็นที่ไว้วางใจและต่อยอดสู่ความร่วมมือระยะยาว”

ประเทศไทยขอเชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ ร่วมเปิดประสบการณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย พร้อมโอกาสเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568

43% ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลกไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มที่หันมาใช้ CBD เพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย

 


Diip สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ CBD จากธรรมชาติ นำเสนอตัวเลือกใหม่ที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์

[กรุงเทพฯ – 2 ธันวาคม 2568] – ด้วยยุคสมัยที่ผู้คนต้องตามเท่าทันทุกเหตุการณ์ ช่วงเวลาที่ควรใช้ในการพักผ่อนกลับถูกใช้เพื่ออัปเดตข่าวสารที่เกิดขึ้นรอบตัวในแต่ละวัน ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเพียงพอ ประกอบการใช้ตัวช่วยที่อาจส่งผลกระทบระยะยาว ปัญหาเรื่องการนอนหลับจึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่กลุ่มคนวัยทำงานรุ่นใหม่กำลังเผชิญเช่นกัน

แม้จะอ่อนเพลียจากการทำงานและกิจกรรมต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน แต่คนวัยหนุ่มสาวในยุคนี้กลับประสบปัญหาเรื่องการนอนหลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากผลการวิจัยหลายชิ้นพบว่า คนหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังประสบปัญหานอนไม่หลับ ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้เวลาอยู่หน้าจอนานเกินไปก่อนเข้านอน และการดื่มคาเฟอีนปริมาณมากเกินไปทั้งในระหว่างวัน และในตอนเย็นเพื่อเร่งทำงานให้เสร็จตามกำหนด

ด้วยความกลัวที่จะพลาดสิ่งต่าง ๆ (Fear of Missing Out หรือ FOMO) คนกลุ่มนี้จึงลดทอนเวลาพักผ่อน และใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการไถหน้าจอ สอดคล้องกับรายงาน Dreem Health State of Sleep Health ปี 2568 ที่ระบุว่า คนรุ่นใหม่ทั่วโลกกว่า 43% ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มที่ โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้โทรศัพท์ก่อนนอน

ในขณะเดียวกัน การบริโภคคาเฟอีนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากถูกนำเสนอว่าเป็นทางออกที่รวดเร็วสำหรับความเหนื่อยล้า ช่วยต่อสู้กับอาการนอนไม่พอ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้คนส่วนใหญ่จึงใช้คาเฟอีนเพื่อรับมือกับความเครียดจากการทำงานและแรงกดดันในสังคม โดยมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยข้อมูลจาก Coffee Day ในปี 2567-2568 ที่ระบุว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ถึง 52% ของประชากรโลก เป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์กาแฟ

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสการดูแลสุขภาพที่กำลังเติบโตขึ้น CBD จึงได้เข้ามามีบทบาทในการใช้งานเพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและเริ่มมองหาทางเลือกจากธรรมชาติที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ออกฤทธิ์ได้นาน ไม่เกิดผลข้างเคียง และไม่ก่อให้เกิดการเสพติดในระยะยาว ประกอบกับการยอมรับใน CBD ของสาธารณชนที่มากขึ้น ผู้คนจึงสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง CBD จึงเริ่มกลายเป็นตัวช่วยใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านเทรนด์สุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) และด้านความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยผลิตภัณฑ์หลายประเภทให้เลือกใช้ อาทิ กัมมี่ ออยล์ดรอปเปอร์ หรือแคปซูล ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ 

CBD (Cannabidiol) เป็นทางเลือกจากธรรมชาติ 100% ที่ช่วยสร้างความสงบจากภายใน บรรเทาอาการเครียดและวิตกกังวล ส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถหลับได้สนิท และพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการมึนเมา ต่างจาก THC (Tetrahydrocannabinol) ที่มาจากพืชตระกูลเดียวกัน แต่มีผลต่อระบบประสาทและมีผลข้างเคียง ทำให้ CBD เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีความเสี่ยงต่ำในการเริ่มต้นใช้งาน ผลสำรวจจาก CBDistiller ในปี 2568 ก็พบว่า คนรุ่นใหม่ถึง 30%ยินดีจ่ายเงินมากกว่า 3,000 บาทต่อเดือนให้กับผลิตภัณฑ์ CBD สอดคล้องกับความนิยมของคนรุ่นใหม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและออร์แกนิก

Diip จึงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ CBD ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์และข้อกำหนดทางกฎหมายของคนไทย โดยทุกขั้นตอนการผลิตถูกดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเพาะปลูก สกัด คิดค้นสูตร ไปจนถึงการบรรจุ แบบครบวงจรในประเทศไทย มีกระบวนการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในการนำ CBD เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของทุกคน โดยผลิตภัณฑ์ Diip มีวางจำหน่ายแล้วที่ ช็อปออนไลน์ วิลล่ามาร์เก็ต บิวเทรี่ยม และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goodneighborsbiotech.com หรือ Line Official: @diipcbd

ท้ายที่สุดแล้ว การลดความสนใจในความสุขระยะสั้น เพื่อลงทุนในสุขภาพระยะยาว คือการแสดงความรักต่อตนเอง การตัดความกังวลเรื่องราวรอบตัว และโฟกัสที่ความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง จะมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าในอนาคต โดยไม่เสียดายในภายหลัง

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

อ.ต.ก. ขับเคลื่อนสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตะวันออกกลางในงาน Agro food Jeddah 2025

 


          องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (...) เดินหน้าขยายตลาดสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทยสู่ตลาดสากล ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (.. 2561–2580) และนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐานปลอดภัย การตลาดเชิงรุก และสร้างโอกาสทางการค้าในต่างประเทศอย่างยั่งยืน

           ... เตรียมเข้าร่วมจัดกิจกรรม Agro food Jeddah ระหว่างวันที่ 3–5 ธันวาคม 2568 เมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อเผยแพร่ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคจากทั่วโลก พร้อมสร้างเวทีเจรจาธุรกิจและขยายเครือข่ายทางการค้า

           “... มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเกษตรไทยให้แข่งขันได้ในระดับโลก โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาด งาน Agro food Jeddah เป็นเวทีสำคัญในการเปิดตลาดใหม่และสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงต่อการเติบโตในอนาคต

           โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

           1. ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงของไทย

            2. ขยายช่องทางจำหน่ายและเพิ่มมูลค่าทางการค้า

            3. ส่งเสริมโอกาสการเจรจาธุรกิจระหว่างไทยตะวันออกกลางและตลาดโลก

           4. ศึกษาแนวโน้มตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาด

           กลุ่มเป้าหมาย

           • เกษตรกรผู้ผลิตสินค้ามาตรฐานส่งออก

           •   ผู้ประกอบการรวบรวม/ส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพสูง

           •   ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดตะวันออกกลาง




วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

VICTAM Asia 2026 กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง !! งานแสดงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ และเทคโนโลยีการสีข้าว


วันที่ 14 พฤศจิกายน: งาน VICTAM Asia 2026 ผนึกกำลัง VIV Health & Nutrition Asia และ GRAPAS Asia 2026 เตรียมกลับมาเปิดงานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการแปรรูปธัญพืชระดับภูมิภาค ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ เทคโนโลยีการโม่แป้งและสีข้าว ไปจนถึงโภชนาการและสุขภาพสัตว์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2569 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ


งาน VICTAM Asia 2026 ในปีนี้ มุ่งนำเสนอนวัตกรรมในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ และสัตว์เลี้ยง นวัตกรรมในการโม่แป้ง การสีข้าว พร้อมเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยที่ครอบคลุมตั้งแต่สารเติมแต่งและวัตถุดิบ เครื่องจักรการผลิต ระบบอัตโนมัติ โปรแกรมการผลิต ส่วนผสมเพื่อสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และการควบคุมคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง



ทั้งนี้ การจัดงานในปี 2569 จะนำเสนอแนวคิด “Themed Days” เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชมและสร้างประสบการณ์เชิงลึกที่เน้นหัวข้อเฉพาะด้าน โดยความร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จากประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ภายในงานจะมีการเชิญผู้ประกอบการโรงงานอาหารสัตว์ที่มีความต้องการซื้อจริงให้เข้าร่วมงาน เพื่อให้เกิดการจับคู่และกระตุ้นให้เกิดการติดต่อทางธุรกิจที่มีคุณค่า ระหว่างผู้เข้าชมและผู้แสดงสินค้า โดยในแต่ละวันจะมีการนำเสนอเครื่องจักร การสาธิตการทำงานจริง การบรรยายเชิงเทคนิค และการอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้


Feed Milling Focus เทคโนโลยีเครื่องบดและอบแห้งอาหารสัตว์ โดยเน้นประสิทธิภาพด้านพลังงานและความสม่ำเสมอของคุณภาพผลิตภัณฑ์ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ ผู้จัดการโรงงานอาหารสัตว์ และวิศวกรที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและความยั่งยืน


Flour Milling Focus เทคโนโลยีเครื่องรีดเมล็ดพืช โรงโม่ และระบบจัดเก็บธัญพืช โดยเน้นโซลูชันเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการจัดการผลผลิต เหมาะสำหรับผู้ประกอบการโรงสี ผู้ดูแลคลังเก็บ และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์


Pet and Aqua Feed Focus เทคโนโลยีการอัดรีด การบรรจุ การชั่งน้ำหนัก และการจ่ายส่วนผสม ที่แสดงถึงความแม่นยำและนวัตกรรมในการพัฒนาและปรับสูตรอาหารสัตว์ เหมาะสำหรับนักโภชนาการ นักพัฒนาสูตรอาหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรที่ต้องการยกระดับคุณภาพและความถูกต้องในการผลิต



การเข้าร่วมในช่วง Themed Days จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับแนวโน้ม เทคโนโลยี และโซลูชันที่กำลังขับเคลื่อนประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์และการแปรรูปธัญพืชในยุคปัจจุบัน


โดย VICTAM Asia 2026 คาดว่าจะมีผู้ร่วมแสดงสินค้าจำนวน 300 ราย และผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกมากกว่า 9,000 คน พร้อมบริษัทเทคโนโลยีชั้นน้ำที่จะมาร่วมสาธิตเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ ที่ส่งเสริมความยั่งยืน และความแม่นยำในกระบวนการผลิต อาทิ:



เทคโนโลยีกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน


•           Geelen Counterflow (เนเธอร์แลนด์) - ระบบอบแห้งและทำความเย็นแบบ Counterflow ประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 80% และปลอดการปล่อยมลพิษ


•           Cimbria Heid GmbH (เดนมาร์ก) - เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้พลังงานต่ำ ลดการปล่อยฝุ่น เพิ่มมาตรฐาน และรักษาคุณภาพอาหารสัตว์ได้อย่างยั่งยืน



ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล และความแม่นยำ


•           KSE Process Technology B.V. (เนเธอร์แลนด์) - ระบบอัตโนมัติ PROMAS ST ที่รวมการชั่ง การจ่าย และการผสมเข้าด้วยกัน รองรับนวัตกรรมอุตสาหกรรม 4.0


•           ANDRITZ Feed & Biofuel A/S (เดนมาร์ก) - ผู้ผลิตอุปกรณ์และโซลูชันครบวงจรสำหรับการผลิตอาหารสัตว์และชีวมวลคุณภาพสูง


•           Hydronix Ltd (สหราชอาณาจักร) - ผู้นำด้านเซนเซอร์ตรวจวัดความชื้นด้วยไมโครเวฟแบบเรียลไทม์


•           iGrain ApS (เดนมาร์ก) - ระบบ IoT เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันการเน่าเสียและเพิ่มความปลอดภัยของอาหารหลังการเก็บเกี่ยวระบบโรงงานแบบครบวงจรและนวัตกรรมเครื่องจักร


•           Amandus Kahl GmbH & Co. KG (เยอรมนี) - ผู้นำด้านเทคโนโลยีการอัดเม็ดสำหรับอาหารสัตว์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และการรีไซเคิล


•           Ottevanger Milling Engineers (เนเธอร์แลนด์) - ผู้พัฒนาเครื่องจักรและไลน์ผลิตอาหารสัตว์และธัญพืชระดับโลก


•           YEMMAK A.S. (ตุรกี) - ผู้ออกแบบโรงงานอาหารสัตว์แบบครบวงจรที่ผสานระบบกู้คืนพลังงาน ลดของเสีย และใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน


•           Vibrafloor (ฝรั่งเศส) - ผู้พัฒนาระบบพื้นไซโลแบบสั่นที่สามารถระบายวัตถุดิบได้หมดโดยไม่เกิดฝุ่น เพิ่มความปลอดภัยและสุขอนามัยในการจัดเก็บ

 


ควบคุมอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม


•           FrigorTec GmbH (เยอรมนี) - ผู้ผลิตระบบทำความเย็นสำหรับเก็บรักษาธัญพืช Granifrigor™ ที่ยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่ใช้สารเคมี


 

“VICTAM Asia 2026 รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานด้านโภชนาการสัตว์ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค ร่วมกับ Health and Nutrition Asia อีกครั้ง งาน VICTAM Asia 2026 ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และธัญพืชนายเซบาส วาน เด็น เอ็นเดอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิคแทม อินเตอร์เนชัลแนล กล่าวเราขอเรียนเชิญผู้แสดงสินค้า ผู้เข้าชมงาน และสื่อมวลชนทุกท่านมาร่วมกันที่กรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสนวัตกรรม เชื่อมต่อกับผู้นำระดับโลก และร่วมกันกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมโภชนาการสัตว์และการผลิตอาหารในเอเชีย



นอกจากนี้ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA), สมาคมโรงสีข้าวไทย (TRMA), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ไทย (TPIA) และสมาคมพันธมิตรอื่น ได้ประกาศความร่วมมือกับผู้จัดงานในการจัดสัมมนาเชิงเทคนิคว่าด้วยความปลอดภัยของอาหารสัตว์ การจัดการพลังงาน และการผลิตที่ยั่งยืน



ด้านนายสมภพ เอื้อทรงธรรม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่าเราขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านเข้าร่วมงาน VICTAM Asia 2026 เพื่อเปิดรับนวัตกรรมใหม่ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ งานนี้คือเวทีที่เปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน



ด้วยการมุ่งเน้นนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาทางธุรกิจ VICTAM Asia 2026 ที่เป็นเวทีที่มอบโอกาสให้กับบริษัทต่าง ในการแสดงเทคโนโลยีล่าสุด สร้างเครือข่ายกับผู้นำในอุตสาหกรรม และขยายศักยภาพทางการตลาด พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีและการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรอาหารของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานฟรีได้ที่ https://register.visitcloud.com/survey/11ogbc7olrzmq

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

มกอช. ยัน “น้ำนมโคดิบไทย” มีคุณภาพและความปลอดภัย วางมาตรฐานการผลิตเข้มงวด เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีระบบตรวจสอบคุณภาพครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ฟาร์มโคนมจนถึงศูนย์รวบรวมน้ำนม ก่อนถึงมือผู้บริโภค


นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) เปิดเผยถึงกรณีข่าวนม ไทยมีการปลอมปนนมผงไม่ได้มาตรฐานว่า มกอช. ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร ได้จัดทำ “มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.)” ที่เกี่ยวข้องกับน้ำนมโคดิบไว้อย่างครอบคลุม และยืนยันว่านมโคไทยได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

โดยมีระบบตรวจสอบคุณภาพครอบคลุมทุกขั้นตอนและมีคุณภาพดังนี้ มกษ. 6003-2553 : น้ำนมโคดิบกำหนดองค์ประกอบและคุณภาพของน้ำนมดิบจากฟาร์มก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูป ครอบคลุมค่ามาตรฐานทางเคมี เช่น โปรตีน ไขมัน และเนื้อนมไม่รวมมันเนย รวมถึงเกณฑ์ความปลอดภัย เช่น จำนวนจุลินทรีย์ โคลิฟอร์ม และสารตกค้างให้อยู่ในระดับปลอดภัย

มกษ. 6402-2562 : การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคนม (GAP Dairy Farm) เป็นแนวทางการจัดการฟาร์มที่มุ่งให้ได้ผลผลิตน้ำนมคุณภาพสูง ตั้งแต่การดูแลสุขภาพโค การให้อาหาร การรีดนม การจัดเก็บ และการขนส่งน้ำนมอย่างถูกสุขลักษณะมกษ. 6401-2558 : การปฏิบัติที่ดีสำหรับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ (Good Practices for Raw Milk Collection Centers)

เป็นมาตรฐานบังคับ ควบคุมขั้นตอนการรับน้ำนม การตรวจคุณภาพ การลดอุณหภูมิ และการเก็บรักษา โดยกำหนดให้ต้องทำความเย็นไม่เกิน 4 องศาเซลเซียสภายใน 2 ชั่วโมงหลังรับน้ำนม และคงอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอดการเก็บรักษา เพื่อชะลอการเจริญของจุลินทรีย์

ทั้งนี้ มกอช. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบคุณภาพน้ำนมโคอย่างต่อเนื่อง หากน้ำนมไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะไม่นำเข้าสู่กระบวนการแปรรูป

มกอช. ย้ำให้ประชาชนมั่นใจในผลิตภัณฑ์นมโคของไทยที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของรัฐ พร้อมเชิญชวนให้บริโภคนมอย่างเข้าใจ และเลือกรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย

ไทยพร้อมโชว์ศักยภาพสินค้าเกษตรคุณภาพพรีเมียม สู่ตลาดซาอุดิอาระเบีย ในงาน Agro Food Jeddah 2025

  ประเทศไทยเตรียมนำเสนอศักยภาพสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ในงาน Agro Food Jeddah 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 ธันวาคม 2568 ณ เมืองเจดดาห์ ปร...